

Culture Changes When Conversations Shift™
“Every conversation is an opportunity to build trust, unlock potential,
and shape a coaching culture.”
A practical guide and workshop for leaders who want to turn
coaching into an everyday way of working.
วัฒนธรรมเปลี่ยน เมื่อบทสนทนาเปลี่ยน™
“ทุกบทสนทนาคือโอกาสในการสร้างความไว้วางใจ
ปลดล็อกศักยภาพ และหล่อหลอมวัฒนธรรมการโค้ช”
คู่มือเชิงปฏิบัติและเวิร์กช็อป
สำหรับผู้นำที่ต้องการทำให้การโค้ช
เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงานในทุกวัน
พร้อมเครื่องมือประเมิน เพื่อการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช

Culture Changes When Conversations Shift™ and the Coaching Conversation Shift Model™
are the intellectual property and copyrighted works of AcComm Group. All rights reserved
Foreword by Marshall Goldsmith
คำนิยมโดย ดร. มาแชล โกลด์สมิท
“วัฒนธรรมไม่ได้เปลี่ยนเพียงเพราะกลยุทธ์เปลี่ยน แต่วัฒนธรรมเปลี่ยนเมื่อบทสนทนาเปลี่ยน ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ ต่อยอดแนวคิดนี้ได้อย่างแม่นยำและนำไปใช้ได้จริง พร้อมแสดงให้ผู้นำเห็นว่าจะเปลี่ยนวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีสร้างผลงานร่วมกันในองค์กรได้อย่างไร”
Dr. Marshall Goldsmith
Thinkers50 #1 Executive Coach
และนักเขียนหนังสือขายดีของ New York Times
_edited.png)
_edited.png)
_edited.png)
ท่านจะได้รับหนังสือภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

เกี่ยวกับหนังสือ
วัฒนธรรมเปลี่ยน เมื่อบทสนทนาเปลี่ยน™
ทุกบทสนทนาคือโอกาสในการสร้างความไว้วางใจ ปลดล็อกศักยภาพ และหล่อหลอมวัฒนธรรมการโค้ช
คู่มือเชิงปฏิบัติสำหรับการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช หนังสือสำหรับผู้นำ ผู้บริหาร และผู้ที่ต้องการทำให้การโค้ชไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด วิธีนำ และวิธีทำงานร่วมกันในทุกวัน
Remark: Culture Changes When Conversations Shift™ และ Coaching Conversation Shift Model™ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ของ AcComm Group สงวนสิทธิ์ทุกประการ
บทสนทนาในทุกวันนี้ กำลังสร้างวัฒนธรรมแบบใดในองค์กรของท่าน?
ทุกวัน วัฒนธรรมองค์กรถูกหล่อหลอมผ่านบทสนทนา
-
ผ่านวิธีที่ผู้นำรับฟัง
-
วิธีที่ตั้งคำถาม
-
วิธีที่ตอบสนองต่อความคิดเห็น
-
วิธีที่ให้ข้อมูลป้อนกลับ
-
และวิธีที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมีส่วนร่วม
บทสนทนาบางแบบช่วยให้คนกล้าคิด กล้าพูด กล้าตัดสินใจ และรู้สึกเป็นเจ้าของมากขึ้น
ขณะที่บางบทสนทนาอาจทำให้คนรอคำตอบ ไม่กล้าเสนอความคิดเห็น หรือพึ่งพาผู้นำมากเกินไปโดยไม่ตั้งใจ
ข่าวดีคือ ทุกบทสนทนาคือโอกาสใหม่ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
จากกิจกรรมการโค้ช สู่วัฒนธรรมการโค้ช
หนังสือเล่มนี้จะพาคุณมองการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับ
จากการโค้ชเป็นครั้งคราว สู่บทสนทนาแบบโค้ชในทุกวัน
สู่วิธีการนำและการทำงานร่วมกัน และในที่สุด สู่วัฒนธรรมการโค้ชที่ยั่งยืน
เพราะวัฒนธรรมไม่ได้เปลี่ยนจากถ้อยคำที่เขียนไว้บนผนัง แต่วัฒนธรรมเปลี่ยนจากสิ่งที่ผู้คนพูด ฟัง ถาม ตอบ และทำร่วมกันในทุกวัน
หนังสือเล่มนี้ ไม่เน้นอธิบายทฤษฎี แต่เน้นแนวคิด และแนวทาง เครื่องมือ และวิธีลงมือทำ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ท่าน
-
มองเห็นวัฒนธรรมผ่านบทสนทนา
-
เข้าใจว่าบทสนทนาในแต่ละวันส่งผลต่อความไว้วางใจ การเรียนรู้ ความเป็นเจ้าของ การมีส่วนร่วม และผลการทำงานอย่างไร
-
ขยายมุมมองต่อการโค้ช ก้าวออกจากความเข้าใจว่าการโค้ชคือการใช้โมเดลหรือการตั้งคำถามเพียงอย่างเดียว และมองเห็นการโค้ชในฐานะวิธีการทำงานร่วมกัน
-
พัฒนาความยืดหยุ่นในการสนทนา
-
เรียนรู้ว่าบทสนทนาแบบใดเหมาะกับคน สถานการณ์ และความต้องการที่แตกต่างกัน
-
นำการโค้ชเข้าสู่การทำงานจริง
-
สร้างระบบที่ช่วยให้การโค้ชเกิดขึ้นต่อเนื่อง
-
มองเห็นบทบาทของผู้นำ ผู้จัดการ ระบบงาน เครื่องมือ การสนับสนุน และการวัดผลในการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช
-
ได้รับทั้งแนวทางและเครื่องมือในการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช ที่นำไปปฏิบัติได้ทันที
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับ
-
ผู้นำและผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาคนพร้อมกับสร้างผลงาน
-
ผู้จัดการที่ต้องการสนทนากับทีมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล การเรียนรู้ และการพัฒนาองค์กร
-
โค้ชภายในองค์กรและผู้ผลักดันวัฒนธรรมการโค้ช
-
องค์กรที่ต้องการก้าวจากโครงการฝึกอบรมไปสู่วิธีการทำงานที่ยั่งยืน
-
รวมถึงทุกคนที่เชื่อว่า บทสนทนาที่ดีสามารถเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้
เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
-
ดร.อัจฉรา เป็นโค้ชผู้บริหารระดับ Master Certified Coach จาก International Coaching Federation ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำ การพัฒนาคน และการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช
-
จากประสบการณ์ทำงานมากกว่าสามทศวรรษ ทั้งในบทบาทผู้นำองค์กรและการสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการพัฒนาผู้นำและวัฒนธรรมการโค้ช เธอได้เห็นอย่างใกล้ชิดว่า บทสนทนาเล็ก ๆ ในแต่ละวันสามารถส่งผลต่อวิธีคิด การเรียนรู้ ความรับผิดชอบ และผลงานของผู้คนได้มากเพียงใด
-
เธอได้รับการยกย่องให้เป็น โค้ชอันดับ 1 ของเอเชีย จาก Thinkers50 Marshall Goldsmith Coaching Awards
-
และเป็นหนึ่งใน Top 50 Global Coaches โดย Thinkers50 และ Coaching.com
-
หนังสือเล่มนี้รวบรวมทั้งประสบการณ์ กรอบคิด เครื่องมือ และบทเรียนจากการทำงานกับผู้นำและองค์กร เพื่อช่วยให้การโค้ชก้าวจากห้องอบรมไปสู่การทำงานจริง
3 รูปแบบบริการเพื่อสร้างวัฒนธรรมการโค้ช
เราออกแบบบริการให้เหมาะกับความพร้อมและเป้าหมายของแต่ละองค์กร ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจร่วม การพัฒนาผู้นำ ไปจนถึงการสร้างวิทยากรภายในที่สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง
1. Keynote Speaking, Executive Briefing & Coaching Infrastructure Diagnostic
ระยะเวลา 2–3 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับผู้บริหารและทีมผู้นำที่ต้องการมองเห็นภาพรวมของวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร เข้าใจจุดแข็ง ช่องว่าง และประเด็นสำคัญที่ควรพัฒนาต่อ
การสัมมนาจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม:
-
เข้าใจองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมการโค้ช
-
มองเห็นว่าบทสนทนาและระบบในปัจจุบันส่งเสริมหรือขัดขวางการโค้ชอย่างไร
-
แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความเข้าใจร่วมกันในทีมผู้นำ
-
ระบุประเด็นสำคัญที่องค์กรควรให้ความสำคัญ
-
กำหนดแนวทางเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาต่อ
ทางเลือกเพิ่มเติม
องค์กรสามารถเลือกใช้แบบประเมิน:
The Infrastructure of Coaching Culture ในรูปแบบ:
-
180-Degree Assessment
รับมุมมองจากผู้ประเมินตนเองและผู้เกี่ยวข้องในสายงาน -
360-Degree Assessment
รับมุมมองรอบด้านจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้เกี่ยวข้อง
ผลการประเมินช่วยให้องค์กรเห็นภาพที่เป็นรูปธรรม และใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา
2. Creating a Coaching Culture Workshop
เวิร์กช็อป 1 วัน
ระยะเวลา 09.00 - 16.00
เหมาะสำหรับผู้นำและผู้จัดการที่ต้องการสำรวจรูปแบบการโค้ชของตนเอง ขยายวิธีการสนทนา และวางแผนนำไปใช้จริงในบริบทการทำงาน
เวิร์กช็อปเน้นการเรียนรู้ผ่านการค้นพบตนเอง การสะท้อนคิด การแลกเปลี่ยน และการฝึกปฏิบัติ มากกว่าการเรียนทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
ผู้เข้าร่วมจะได้:
-
สำรวจว่าตนเองมักใช้บทสนทนาแบบใด
-
มองเห็นจุดแข็งและข้อจำกัดในวิธีการโค้ชของตนเอง
-
เข้าใจว่าคนและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ต้องการแนวทางการสนทนาที่แตกต่างกัน
-
ฝึกขยับบทสนทนาให้เหมาะกับปัญหา บุคคล เป้าหมาย และบริบท
-
เพิ่มความสามารถในการสร้างความไว้วางใจ การคิด และความเป็นเจ้าของ
-
วางแผนนำการโค้ชไปใช้ในงานจริง
-
ระบุพฤติกรรมและบทสนทนาที่ต้องการปรับเปลี่ยนหลังจบเวิร์กช็อป
แบบประเมินประกอบการเรียนรู้
องค์กรสามารถเลือกใช้แบบประเมิน:
-
The Infrastructure of Coaching Culture
เพื่อสำรวจระบบและเงื่อนไขที่สนับสนุนวัฒนธรรมการโค้ช -
Leader Coaching Habits Assessment
เพื่อช่วยให้ผู้นำมองเห็นรูปแบบและนิสัยในการสนทนาของตนเอง
ทางเลือกในการติดตามผล
สามารถออกแบบการติดตามผลแบบเว้นช่วง โดยจัดเป็นกลุ่มย่อย ครั้งละ 2 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วม:
-
ทบทวนสิ่งที่ได้นำไปทดลองใช้
-
แลกเปลี่ยนความสำเร็จและอุปสรรค
-
รับคำแนะนำและข้อมูลป้อนกลับ
-
ฝึกกับสถานการณ์จริงจากที่ทำงาน
-
ปรับแผนการนำไปใช้ให้เหมาะกับบริบท
-
สร้างความต่อเนื่องจนเกิดเป็นนิสัยในการทำงาน
รูปแบบการติดตามผลอาจจัด 2–4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระยะเวลาของโครงการ
3. Certification & Train-the-Trainer
สร้างความสามารถภายในองค์กร เพื่อขยายผล
ได้อย่างยั่งยืน
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาวิทยากรภายใน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ โค้ชภายใน หรือผู้รับผิดชอบโครงการ ให้สามารถนำแนวคิดและเครื่องมือไปใช้ได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
ผู้เข้าร่วมหลักสูตร Train-the-Trainer จะได้รับการพัฒนาให้สามารถ:
-
อธิบายแนวคิดและกรอบของการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช
-
Facilitate เวิร์กช็อปได้อย่างมั่นใจ
-
ใช้แบบประเมินและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
-
ช่วยผู้เข้าร่วมสะท้อนคิดและค้นพบแนวทางของตนเอง
-
เชื่อมโยงการเรียนรู้กับบริบทจริงขององค์กร
-
สนับสนุนการวางแผนและติดตามการนำไปใช้
-
ขยายผลการเรียนรู้ไปยังผู้นำและทีมในระดับต่าง ๆ
องค์ประกอบของการรับรอง
กระบวนการรับรองอาจประกอบด้วย:
-
การเข้าอบรม Train-the-Trainer
-
การเรียนรู้โครงสร้างและกระบวนการของเวิร์กช็อป
-
การฝึก Facilitation
-
การสาธิตการสอน
-
การรับข้อมูลป้อนกลับจาก Master Facilitator
-
การประเมินความพร้อมก่อนรับรอง
-
การเข้าถึงคู่มือ สื่อการสอน และเครื่องมือที่ได้รับอนุญาต
-
การอัปเดตความรู้และการพัฒนาต่อเนื่องตามเงื่อนไขของการรับรอง
Certification ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างขีดความสามารถภายใน ลดการพึ่งพาวิทยากรภายนอก และขยายการเรียนรู้ได้อย่างมีมาตรฐาน
Explore more AcComm Group's Coaching and Mentoring Solutuions
Executive Coaching
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. AcComm Group มีตัวอย่างความสำเร็จจากการนำการโค้ชไปใช้ในองค์กรหรือไม่?
มี AcComm Group มีประสบการณ์สนับสนุนองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมในการพัฒนาผู้นำ สร้างพฤติกรรมการโค้ช และขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร สามารถดูตัวอย่างผลลัพธ์ เรื่องราวความสำเร็จ และกรณีศึกษาด้าน Coaching Impact ได้ที่
aclc-asia.com/coaching-impact
2. หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร?
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้บริหาร ผู้นำ ผู้จัดการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายพัฒนาบุคลากร โค้ชภายในองค์กร และภายนอกองค์กร และผู้ที่ต้องการทำให้การโค้ชเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการโค้ชมาก่อนก็สามารถอ่านและนำแนวทางไปปรับใช้ได้
3. หนังสือเล่มนี้เน้นทฤษฎีหรือการนำไปใช้จริง?
หนังสือเล่มนี้เน้นแนวทางที่เป็นรูปธรรม เครื่องมือ คำถาม และวิธีการที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มากกว่าการอธิบายทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ผู้อ่านจะได้สำรวจทั้งบทสนทนา พฤติกรรมของผู้นำ และเงื่อนไขในองค์กรที่ช่วยให้วัฒนธรรมการโค้ชเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
4. หนังสือภาษาอังกฤษมีหรือไม่?
ฉบับภาษาอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำ รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการเผยแพร่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งผ่านเว็บไซต์และช่องทางสื่อสารของ AcComm Group
5. Workshop แตกต่างจากการอบรมทักษะการโค้ชทั่วไปอย่างไร?
Workshop ไม่ได้เน้นเพียงการสอนโมเดลหรือชุดคำถามในการโค้ช แต่ช่วยให้ผู้นำสำรวจนิสัยและรูปแบบการสนทนาของตนเอง เข้าใจว่าควรปรับวิธีการโค้ชอย่างไรให้เหมาะกับคนและสถานการณ์ รวมถึงวางแผนนำไปใช้จริงในบริบทการทำงาน
6. องค์กรสามารถเลือกทำแบบประเมินก่อน Workshop ได้หรือไม่?
ได้ องค์กรสามารถเลือกใช้แบบประเมิน The Infrastructure of Coaching Culture เพื่อสำรวจระบบและเงื่อนไขที่สนับสนุนวัฒนธรรมการโค้ช รวมถึงแบบประเมิน Coaching Habits เพื่อช่วยให้ผู้นำมองเห็นรูปแบบการสนทนา จุดแข็ง และสิ่งที่ควรพัฒนา
แบบประเมินสามารถออกแบบเป็นมุมมองของผู้ประเมินตนเอง แบบ 180 องศา หรือ 360 องศา ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของโครงการ
7. หลังจบ Workshop มีการติดตามผลหรือไม่?
มี องค์กรสามารถเลือกจัดการติดตามผลแบบเว้นช่วง ครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง โดยแบ่งผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการนำไปใช้จริง ทบทวนความสำเร็จและอุปสรรค ฝึกกับสถานการณ์จากที่ทำงาน และปรับแผนการพัฒนาของแต่ละคน
8. หลักสูตร Train-the-Trainer ใช้เวลากี่วัน?
หลักสูตร Train-the-Trainer ใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ด้านการโค้ช และทักษะการ Facilitate ของผู้เข้าอบรม อาจมีการเพิ่มวันฝึกปฏิบัติ การสาธิตการสอน การรับข้อมูลป้อนกลับ และการประเมินความพร้อมก่อนการรับรอง
9. หลังผ่าน Certification แล้ว สามารถนำ Workshop และเครื่องมือไปใช้ได้อย่างไร?
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การรับรองจะได้รับสิทธิ์ในการ Facilitate Workshop และใช้เครื่องมือภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด การรับรองอาจครอบคลุมคู่มือวิทยากร สื่อการเรียนรู้ แบบประเมิน และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ได้รับการรับรองต้องรักษามาตรฐานการใช้งานและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านทรัพย์สินทางปัญญาของ AcComm Group
