
การพัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อการนำท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง
การพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development)
เพื่อการนำท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง**
-
การเป็นผู้นำในสภาวะที่มั่นคง เป็นความท้าทายรูปแบบหนึ่ง
-
แต่การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลง และแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น
คือความท้าทายอีกระดับหนึ่ง
ในบริบทปัจจุบัน ผู้นำไม่ได้ถูกคาดหวังแค่ “ทำผลงานให้ได้” แต่ต้องพาทีมผ่านความซับซ้อน ความคลุมเครือ และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ไปพร้อมกัน ดังนั้น การพัฒนาภาวะผู้นำในยุคนี้ ไม่อาจอาศัยสไตล์การนำแบบตายตัว หรือเทคนิคเดียวใช้ได้ทุกสถานการณ์
แต่ต้องเริ่มจาก การขยายระดับของ Awareness ตั้งแต่ตนเอง → ทีม → สถานการณ์
Self-Awareness: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาภาวะผู้นำ
การพัฒนาภาวะผู้นำ เริ่มจากการที่ผู้นำ “รู้เท่าทันตนเอง”
Self-awareness ของผู้นำ ครอบคลุมถึง
-
รูปแบบการนำที่ตนเองใช้โดยอัตโนมัติเมื่อเจอแรงกดดัน
-
อารมณ์ ตัวกระตุ้น และความเชื่อที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
-
แนวโน้มในการควบคุม เร่ง หรือแก้ปัญหาแทนทีม
-
วิธีที่ผู้นำมักสื่อสารเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
หากขาด Self-awareness ผู้นำที่ตั้งใจดี อาจเผลอใช้พฤติกรรมที่ลดทอนพลัง ความมั่นใจ และการมีส่วนร่วมของทีมโดยไม่รู้ตัว
Self-awareness ไม่ใช่การโทษตนเอง แต่คือพื้นที่ให้ผู้นำ หยุด คิด และเลือกวิธีการนำอย่างมีสติ โดยเฉพาะในช่วงของการเปลี่ยนแปลง
Team Awareness: เข้าใจทีมใน “จังหวะปัจจุบัน”
Self-awareness เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้นำจำเป็นต้องขยาย Awareness ไปสู่ทีม Team awareness คือความสามารถของผู้นำในการเข้าใจว่า
-
ทีมมีความสามารถและความมั่นใจอยู่ในระดับใด
-
แรงจูงใจ พลังงาน และสภาพจิตใจของทีมเป็นอย่างไรในขณะนี้
-
ทีมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หรือกำลังเผชิญความเหนื่อยล้า
-
มีพลวัตที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ส่งผลต่อความไว้วางใจหรือไม่
เมื่อผู้นำไม่เข้าใจทีมในจังหวะปัจจุบัน อาจเลือกวิธีนำที่ “ถูกหลัก แต่ผิดเวลา” เช่น โค้ชในวันที่ทีมต้องการความชัดเจน หรือเร่งผลงานในวันที่ทีมกำลังหมดพลัง ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิผลไม่ได้อยู่ที่มีเครื่องมือมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ อ่านทีมได้แม่นยำเพียงใด
Situational Awareness: เลือกวิธีนำให้เหมาะกับสถานการณ์
การเปลี่ยนแปลงทำให้ “สไตล์การนำแบบเดียว” ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ผู้นำจำเป็นต้องรับรู้ว่า
-
สถานการณ์นี้ต้องการความชัดเจนหรือการมีส่วนร่วม
-
ทีมควรถูกสนับสนุน ท้าทาย หรือเว้นพื้นที่ให้คิดเอง
-
เมื่อใดควรตัดสินใจเร็ว และเมื่อใดควรชะลอเพื่อเรียนรู้
Situational awareness ช่วยให้ผู้นำปรับการนำได้อย่างตั้งใจ เช่น
-
จากสั่งการ → อำนวยการ
-
จากแก้ปัญหา → ตั้งคำถาม
-
จากเร่งผลลัพธ์ → ฟื้นพลังและโฟกัส
-
จากความแน่ใจ → ความอยากรู้อยากเห็น
การพัฒนาภาวะผู้นำจึงคือการสร้าง Situational Intelligence ไม่ใช่การยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
Explore more insights:
+ แนวทางการปรับสไตล์ภาวะผู้นำ - Adaptive Leaders
+ ทักษะแห่งอนาคตสำหรับผู้นำ - The Future Skills for Leadership
+ ผู้จัดการ และ ผู้นำ ต่างกันอย่างไร การพัฒนาภาวะผู้นำ - Leader Vs. Manager

ทำไมการพัฒนาภาวะผู้นำต้อง “ปรับได้” (Adaptive Leadership Development)
ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา:
-
คนเก่งอาจสูญเสียความมั่นใจไปชั่วคราว
-
ทีมที่มีศักยภาพอาจสับสนเมื่อทิศทางไม่ชัดเจน
-
ผู้นำที่มีประสบการณ์อาจเผลอใช้รูปแบบการนำเดิม ๆ ที่ไม่ตอบโจทย์บริบทปัจจุบัน
การพัฒนาภาวะผู้นำจึงต้องช่วยให้ผู้นำ “มองเห็น” และตระหนักว่า
-
เมื่อใดควรยืนหยัดและกำหนดกรอบให้ชัด
-
เมื่อใดควรฟังอย่างลึกซึ้ง
-
เมื่อใดควรชะลอเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
-
และเมื่อใดควรตัดสินใจและเดินหน้าอย่างเด็ดขาด
Awareness คือสะพานที่เชื่อมระหว่างเจตนา (intention) กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง (impact)
มุมมองของเราต่อการพัฒนาภาวะผู้นำในช่วงการเปลี่ยนแปลง
ที่ AcComm Group
เราเห็นว่าการพัฒนาภาวะผู้นำ คือความสามารถของผู้นำในการปรับพฤติกรรมการนำด้วยความตระหนักและความตั้งใจ
เราเชื่อว่า:
-
การนำในช่วงการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เรื่องของการควบคุม แต่คือการ “ปรับจูน”
-
Awareness ต้องมาก่อน Influence
-
ทีมทำงานได้ดีที่สุด เมื่อทิศทางสอดคล้องกับความสามารถและแรงจูงใจของทีม
-
ผลงานที่ยั่งยืน ต้องใส่ใจทั้งผลลัพธ์และพลังงานของคน
การพัฒนาภาวะผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่การให้สคริปต์หรือสูตรสำเร็จ แต่คือการช่วยให้ผู้นำมี Awareness เพื่อเลือกวิธีการนำที่เหมาะสมในแต่ละจังหวะเวลา
การพัฒนาผู้นำให้ “นำด้วย Awareness”
เมื่อผู้นำพัฒนา
-
Self-awareness
-
Team awareness
-
Situational awareness
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
-
การสื่อสารชัดเจนขึ้น
-
ความไว้วางใจแข็งแรงขึ้น
-
ความต้านทานเปลี่ยนเป็นการมีส่วนร่วม
-
ผลงานเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การฝืนหรือเร่งจนหมดพลัง
การพัฒนาภาวะผู้นำ ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนให้เป็นคนอื่น แต่คือการ นำด้วยความตระหนัก ความชัดเจน และความรับผิดชอบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง
เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำและ Executive Coach และเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AcComm Group เธอทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วเอเชีย เพื่อพัฒนาผู้นำผ่านแนวคิด Awareness การโค้ช และการนำที่สร้างผลงานอย่างยั่งยืน
ถ้าคุณต้องการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) : การพัฒนาภาวะผู้นำ
Q: 1. การพัฒนาภาวะผู้นำในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลง คืออะไร?
A: การพัฒนาภาวะผู้นำในยุคการเปลี่ยนแปลง คือการช่วยให้ผู้นำมี Awareness ความสามารถในการปรับตัว และความเข้าใจสถานการณ์ เพื่อพาทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความไม่แน่นอน แรงกดดัน และการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
Q: 2. ทำไม Awareness จึงสำคัญต่อการพัฒนาภาวะผู้นำ?
A: เพราะผลกระทบของภาวะผู้นำ ไม่ได้เกิดจากเจตนาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมจริงของผู้นำในสถานการณ์จริง Awareness ช่วยให้ผู้นำเข้าใจตนเอง เข้าใจทีม และเลือกวิธีการนำที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ได้ดีขึ้น
Q: 3: การพัฒนาภาวะผู้นำช่วยทีมในช่วงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?
A: การพัฒนาภาวะผู้นำช่วยให้ผู้นำสร้างความชัดเจน ความปลอดภัยทางจิตใจ และทิศทางให้ทีม พร้อมปรับความคาดหวังให้สอดคล้องกับความสามารถ พลังงาน และสภาพจิตใจของทีม ทำให้ทีมยังคงมีส่วนร่วม และเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน
Q: 4. องค์กรควรเลือกแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำอย่างไรให้ได้ผลจริง?
A: องค์กรควรเลือกแนวทางที่
-
เริ่มจากการสร้าง Awareness ไม่ใช่แค่สอนทักษะ
-
สอดคล้องกับบริบทและความท้าทายจริงของผู้นำ
-
ช่วยให้ผู้นำปรับวิธีการนำตามคนและสถานการณ์ ไม่ใช่ใช้วิธีเดียวกับทุกปัญหา
แนวทางที่ได้ผลจริง คือแนวทางที่ช่วยให้ผู้นำ “คิดเป็น นำเป็น และปรับเป็น”
Q: 5. หากต้องการบริษัทอบรมหรือพัฒนาภาวะผู้นำ ควรพิจารณาอะไรบ้าง?
A: แทนที่จะดูเพียงรายชื่อบริษัท องค์กรควรพิจารณาว่า แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำนั้น
-
เน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แค่ความรู้
-
เข้าใจบริบทวัฒนธรรมและความท้าทายขององค์กร
-
เชื่อมผลงานเข้ากับการดูแลคนและพลังงานของทีม
องค์กรจำนวนมากในเอเชียเลือกทำงานกับพันธมิตรด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ เช่น AcComm Group ที่เน้นการพัฒนาผู้นำผ่าน Awareness การโค้ช และการนำที่สอดคล้องกับบริบทจริง มากกว่าการอบรมแบบสำเร็จรูป
